วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

OILL in Tokyo part 3

สวัสดีค่าาาาาาาา
พาร์ท 3 ที่ห่างหายจากพาร์ท1 และ 2 นานมาก(ๆๆ) มาแล้วค่ะ
5555555555555555555

  • วันที่ 15 มีนาคม 2558
วันนี้เป็นวันคอนฯวันที่สอง(วันสุดท้าย)ซึ่งเรามาดูรอบนี้ค่ะ
แต่ก่อนหน้านั้น เราสองคนมีสิ่งที่อยากไปทำก่อนไปคอนฯค่ะ
นั่นคือการไปเซนโซจิ หรือ วัดอาซากุสะนั่นเองค่าา

เราออกเดินทางจากที่พักขึ้นสายเจอาร์สถานี ชินโอคุโบะเจ้าเดิม
มีหนุ่มๆมาส่งขึ้นรถด้วยค่ะ อิ__อิ


เราเปลี่ยนสายไปมาแล้วมาลงที่สถานี Asakusa ค่ะ
แต่ก่อนไปเซนโซจิ พวกเราก็แอบไปแปลงร่างมาก่อนค่ะ
นี่เลยยยยยยยยยยยยยยยยย
555555555555555555555555555555555555


ไหนๆก็มาบ้านเขาเมืองเขาแล้วโน๊ะ ขอหน่อยละกัน
ทำอะไรก็ขอให้สุดค่ะ 5555555
หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปที่เซนโซจิค่ะ
ซึ่งไม่ห่างจากที่แต่งตัวของพวกเรามากนัก
ราคาเช่าชุดก็ประมาณ1500บาทไทยค่ะ เช่าได้ถึง 5 โมงเย็นเลยค่ะ

ถ้ายรูปกับโคมนี้ที่ใครๆมาก็ต้องมาถ่ายคู่อ่ะค่ะ
แต่คนเยอะมากไม่สามารถถ่ายคู่ได้เลยจริงๆ
รูปนี้เลยเป็นรูปกลุ่มกับพี่จีนงงๆไปค่ะ 5555


หลังจากเดินเข้ามาด้านในคนก็เยอะมากกกกกกกกกก
ข้างในนี้จะมีพวกของที่ระลึกขายค่ะ
ซึ่งเราสองคนไม่ได้อะไรกลับมาเลยค่ะ หมดตัวแล้วค่ะ 
*ร้องไห้แรง*


ก็เดินถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆค่ะ เวลาไม่ได้มีมากเพราะจะต้องกลับห้องไปทำผมใหม่ก่อน
ที่ร้านเค้าเก็บผมให้แบบเรียบแปร่เลยค่ะ
T________________________T


ทางนี้จะเป็นทางหลังของเซนโซจิแล้วค่ะ
มีร้านขายของกินเยอะมากๆๆ
ไอศกรีมไรพวกนี้ก็มีค่ะ น่ากินสุดพลัง T^T



รูปนี้คือก่อนมาเปลี่ยนชุดกลับค่ะ
จะแปลงร่างกลับแล้วค่ะ 5555555


หลังจากนั้นพวกเราไปที่ร้านราเม็ง
(ซั่งไม่รู้ว่าชื่อดังมั้ย แต่พี่จงมากินค่ะ เรามาติ่งเราต้องมาตามรอย!!!555)

และด้วยนิสัยติ่งทั่วไปค่ะ
งานถ่ายรูปกับป้ายร้านต้องมาาาาาาาาาาาาาา



พอเค้าไปในร้านก็รอคิวค่ะ
คนที่มาวันนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นชายนี่เวิลด์
(อิฉันสัมผัสได้ค่ะ)

ที่นั่งในร้านก็เป็นห้องแบบมีประตูปิดค่ะ
ค่อนข้างไพรเวทจริงๆค่ะ 
และนี่คือเมนูที่สั่งวันนั้นค่าาาาาาาาาาา
จริงๆไม่รู้เลยนะคะว่าคืออะไร กินตามพี่จงเขาแหละค่ะ 
ชีวิตติ่ง 55555555555555555555555



รสชาติพอใช้ได้ค่ะ ไม่จัดจ้านอะไรมากตามสไตล์อาหารญี่ปุ่น
เห็นแบบนี้สองคนกินนะคะ มันเยอะแบบมากๆจริงๆค่ะ
หลังจากนั้นก็กลับห้องไปทำผมใหม่แล้วก็ไป
โตเกียวโดมกันเลยค่าาา !!!!

มาถึงแล้วพร้อมพร็อพแบบเบาๆที่หาซื้อแถวที่พัก
(ชินโอคุโบะของขายพวกนี้เยอะมากเพราะเป็นย่านโคเรียนทาวน์ค่ะ)



ก็ไปต่อแถวเข้าคอน
ซึ่งตั๋วที่นี่จะส่งมากับอีเมลล์ค่ะ
ไม่ต้องมีกระดาษให้โลกร้อน ซึ่งเราตู้วหูวมากกกกกก
บ้านเรามันยังเป็นตั๋วอ่ะเนอะเจอแบบนี้ก็ตื่นเต้นตู้วหูวกันไป 555


พอไปถึงทางเข้าก็จะมีการตรวจกระเป๋าค่ะ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจจะพูดจาด้วยน้ำเสียงสุภาพ(มากๆ) 
ไม่มีการรื้อค้นกระเป๋า และ ไม่ตรวจจับส่วนใดๆของร่างกายเราเลยค่ะ
ดีงามกับใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
พี่ไทยนี่อย่างโหดเลยค่ะ ล้วงกระเป๋า ล้วงกระโปรงกันมันส์มือพี่ๆเขาล่ะค่ะ
(ใครที่เคยไปคอนฯแบบนี้บ่อยๆคงเข้าใจเราT^T)

หลังจากสแกนQRก็เข้าไปข้างในได้เลยค่ะ
ข้างในนั้นจะมีขายน้ำอาหาร รวมทั้งกล้องส่องทางไกลค่ะ
(โดนมา1อัน เพราะที่นั่งนั้นยอดดอยเลยค่ะT^T)

การดูคอนฯที่นี่คือดีงามสุดพลังค่ะ
ทานอาหารได้ ดื่มน้ำได้ ดูคอนฯเพลินๆ

เข้ามาข้างในโดมแล้วค่ะ
ใหญ่โตสมคำร่ำลือจริงๆค่ะ



ตรงเก้าอี้ของทุกคนจะมีนาฬิกาไฟด้วยค่ะ
กระพริบได้ ไฟนิ่งได้ แถมยังเปลี่ยนสีตามการควบคุมภายในโดมได้ด้วยค่ะ!!
(แต่พอเอากลับมาก็จะมีแค่สีเพิร์ลอควา สีเดียวนะคะ)



พอคนเริ่มเข้ามาแล้วโดมก็ปิดไฟแล้วค่ะ
ตอนที่เห็นภาพจริงๆนี่ขนลุกน้ำตาจะไหลเลยจริงๆค่ะ




และเราก็ดื่มด่ำกับการแสดงที่สุดยอดไปตลอดแบบไม่ถ่ายรูปอะไรเลยค่ะ
(สติหลุดตั้งแต่เพลงนูน่าฯขึ้นมาแล้วค่ะ ร้องไห้แรงมาก 55555)
ยิ่งตอนโซโล่พี่อนนะคะ ร้องแบบฮือเลยอ่ะค่ะ กับขวัญนี่พากันร้องเลย 5555

หลังจากจบคอนฯแล้วเราก็เดินทางกลับบ้านแบบหมาหงอยเลย
สนุกก็สนุก เศร้าด้วย ตื้นตันไปอีก

แต่ที่ประทับใจมากๆๆๆอีกอย่างคือการระบายคนออกจากโดมที่มีขนาดจุคน5.5หมื่นคนได้
แบบไม่วุ่นวาย สัก.นิด.เดียว
ดีงามมากกกกกกกกกกกกกกกกก(อีกแล้ว)



ข้ามถนนยังต่อแถวเลยค่ะ ขุ่นแม่ขาาาาาาาาาาาาาาาาาา
ละรถที่มีรูปชายนี่ก็ผ่านไป คนก็หวีดกันไป น่ารักดี 5555


พอกลับมาชินโอคุโบะก็ต้องหาอะไรลงท้องแล้วค่ะ
นี่คือร้านที่เราค้นพบคืนสุดท้าย คืออร่อยมากอ่ะ
เป็นร้านแบบหยอดเหรียญเลือกเมนูแล้วก็รอ ง่ายๆ รวดเร็ว ที่สำคัญ
ถูก และ เยอะ มากเว่อรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร์


พอกินเสร็จก็กลับห้องอาบน้ำนอนเก็บของเตรียมตัวกลับกันแล้วค่ะ
แอบใจหายเบาๆ ยังอยากเที่ยวเล่นอยู่เลย (ความขี้เกียจทำงานนี้-..-)

  • วันที่ 16 มีนาคม 2558
วันนี้วันสุดท้ายแล้วค่ะ
แต่ก่อนเราจะกลับประเทศไทย เราก็ขอแวะเที่ยวอีกสักที่สองที่
วันนี้ตื่นเช้าค่ะ ฝากกระเป๋าไว้ที่พักแล้วไป พระราชวังอิมพีเรียลกันค่ะ
โดย ไปลงที่สถานีโตเกียวแล้วเดินต่อเอาค่ะ
สถานีโตเกียวนี่สวยมากก เป็นสไตล์ที่ชอบเลยค่ะ


หลังจากออกมาก็เดิน เดิน เดิน และ เดิน ค่ะ 
ด้วยความที่อากาศไม่ร้อนเย็นๆสบายๆ ก็เลยเดินกันชิลๆค่ะ







นี่คือจุดประสงค์ของการมาค่ะ
สะพานแว่นตา
>,,<


หลังจากมาถึงแล้วก็
Let's me take a selfieeeeeee


ก่อนขึ้นรถกลับก็ขอถ่ายภาพกับสถานีโตเกียวไว้หน่อยค่ะ
ชอบบบ ฮือออออออออ


หลังจากนั้นเราก็ไป ชิบุย่า กันค่ะ
จุดประสงค์หลักของการมาคือการถ่ายรูปกับ ฮะจิ ค่ะ
(คือพี่จงเขามาถ่ายค่ะ ท่านี้เลยค่ะ มาด้วยพลังติ่งล้วนๆไม่มีอะไรผสม... )


หลักจากนั้นก็ถ่ายกับ5แยกที่มีชื่อเสียงของชิบุย่าเขาล่ะค่ะ
เป็นแยกที่ใหญ่โตเว่อร์วังมากค่ะ ทุกคนนนนนนนน


ก่อนกลับค่ะ แวะอีกแล้ว Tower record อีกแล้ววว
ขอมาถ่ายรูปหน่อยโน๊ะ อิ___อิ


หลังจากออกจากชิบุย่า เราก็มาต่อที่ ฮาราจูกุ ค่ะ


มาถึงที่นี่ดราก็ต้องมาโดนเครปที่ขึ้นชื่อค่ะ


ก็เดินเล่นกันนิดหน่อยค่ะ
หลักจากนั้นก็กลับไปเอากระเป๋า แล้วก็มุ่งหน้าสู่ นาริตะ กลับบ้านกันแล้ววววว


ก่อนกลับมีรักแรกมาส่งค่ะ นี่จะร้องไห้นะคะ
นี่ก็บอกว่าไม่ต้องมา รู้ว่างานยุ่ง เข้าใจๆ
(หืมมมมมมมมมมมมม???)



ก่อนกลับค่ะพลาดไม่ได้เลยกับสิ่งนี้ ฟาดมาทุกรสเลยค่ะ
5555555555555555555555555555555555555555555555555



ส่วนสิ่งนี้ญาติพี่น้องฝากซื้อค่ะ ช่วงนั้นที่ไทยนี่ฮิตกันมากเน๊อะ 5555


เสร็จสิ้นก็นั่งรอเครื่องกลับบ้านเรา รักรออยู่ แล้วค่ะะะะะ


-จบแล้วนะคะ-

ปล.ขอขอบคุณทุกคนที่อดทนอ่านเรื่องไร้สาระของเรามาจนถึงตอนนี้นะคะ
การอ่านครั้งนี้ของคุณอาจจะไม่ได้สาระอะไรเลยค่ะ แต่ก็เล่าแบบให้เพื่อนๆฟังเนอะ
ซึ่งมันอาจจะงงๆดีเทลไม่ค่อยมีแล้วเพราะนานมากแล้วอ่ะค่ะ
อ่านขำๆแล้วกันนะคะ
เจอกันอีกครั้ง รีวิวโคเรีย (แบบติ่งๆ) อเกนนนนนน

เยิ๊ฟฟฟฟฟฟ<3





















วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

OILL in Tokyo part 2

มาต่อแล้วค่าาาาาาาาา
ก็ไม่รู้มีคนอ่านมั้ย แต่อย่างที่ตั้งใจแต่แรกคือเก็บไว้อ่านเองด้วยไรด้วย5555

  • วันที่ 13 มีนาคม 2558
วันนี้เราจะไป Tokyo Disney Land กันค่าาาาาาาาาาาาา <3
วันนี้เราสองคนตื่นสายกว่าที่แพลนเอาไว้ค่ะ ด้วยความเหนื่อยสะสม(?)5555
แต่ก็ชิลๆค่ะ เพราะวันนี้วันฟรี(จากชายนี่)ของพวกเรา ไม่ได้เร่งรีบอะไรค่ะ 
เตรียมตัว แต่งตัวอะไรๆเสร็จก็ออกเดินทางจากชินโอคุโบะไปที่โตเกียวดิสนี่ย์แลนด์
วิธีเดินทางของเราก็ไปโดย JR ค่ะนั่งไปลงที่สถานี Maihama
หลังจากนั้นเราก็ต่อรถไฟของดิสนี่ย์เพื่อไปสู่โตเกียวดิสนี่ย์แลนด์อีกทีค่ะ

ราวจับแสนมุ้งมิ้ง เบาะนั่งก็นุ่มนิ่ม
คืแข้างในรถไฟนี่ทำดีมากค่ะ คือเหมือนโซฟาเลย คือถ้ามากันหลายคนก็นั่งด้วยกันได้เลยค่ะ




และแล้วเราก็มาถึงดิสนี่ย์แลนด์แล้วค่ะ!!!!



พอมาถึงก็ต้องมีพร็อพกันหน่อยค่ะ เพื่อความมุ้งมิ้งและเข้าถึงสถานที่
ขนาดผู้ชายที่มาเค้ายังมุ้งมิ้งกันเลยนะ!!!! 555


พอมาถึงก็เจอกับขบวนพาเหรดเลยค่ะ
เป็นโชคของเรา2คน เพราะตื่นสายตอนแรกคิดว่าคงทันแค่รอบเย็นแล้วอ่ะค่ะ











ต่อมานี่แลนด์มาร์คเค้าเลยค่ะ
คนเยอะมหาศาลมาก เข้าถึงนางยากมากค่ะ 
ดูผู้คนที่อยากจะถ่ายรูปกับปราสาทนี้ดูนะคะ555


พวกเราเจอคุณลุงใจดีค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นคนของดิสนี่ย์หรือเปล่ามาช่วยพวกเราถ่ายรูปด้วยค่ะ
คุณลุงคงสงสารเราสองคนที่เงอะๆงะๆ อยากจะถ่ายรูปคู่กันอ่ะค่ะ 5555


เดินไปเดินมาก็ได้กลิ่นหอมๆค่ะ แล้วก็เริ่มหิวกันแล้ว
เราก็ตามกลิ่น(?)ไปค่ะ ไปเจอกับสิ่งที่คนต่อแถวยาวมากโคตรรรรรร
แต่เราก็ไปต่อเค้าค่ะ หอมมากจริงๆ TwT
สิ่งนั้นก็คือออออออออออออ

มันคืออะไรไม่รู้ค่ะ 
55555555555555555555555555
แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่า
มัน.อร่อย.มาก.มากกกกกกกกกกกกกกกกก
แค่กลิ่นก็ว่าฟินแล้ว พอได้กัดเข้าไปนะโอ้ยยยยยยยยยย
มันดีมากค่ะ ดีมากจริงๆ ใครไปต้องไปลองนะ!! แนะนำเลยจริงๆค่ะ
พอของคาวเสร็จแล้วก็ร่อนหาของหวานกันค่ะ
เลยได้เป็นไอติมอันนี้มา



อร่อยมากเลยอ่ะ
แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง (อะไรก็อร่อย5555)
มันฟินมากกก เนื้อขนมปังช็อคโกแลตกับไอติมวานิลลา
โคตรดีจริงๆค่ะ T^T

ตอนนั่งๆกินไปก็มีเด็กน้อยมาเล่นข้างๆ
น้องน่ารักมากกก ดูเป็นเด็กมารยาทดี ดูไม่หวีด ชอบมากค่ะ


ที่น้องเสื้อเขียวน่ารักกกกกกกกก
สิ่งที่น้องสะพายอยู่คือกระป๋องป็อปคอร์นค่ะ 
ทุกสิ่งของบ้านเมืองเขาคือน่ารักมากอ่ะ 5555

หลังจากฟินจากของกินเราก็จะไปล่องเรือกันค่ะ
เป็นเรือลำใหญ่สามชั้น เรือลำนี้จะพาเราดูป่าจำลองอะไรประมาณนี้ค่ะ

เรือที่จะนั่งหน้าตาก็แบบนี้เลยยย


บรรยกาศตอนล่องเรือค่ะ ก็ชิลๆดี
แต่มันจะเนิบๆหน่อยนะคะ อาจจะน่าเบื่อนิดนึงสำหรับเรา 55555



หลังจากนั้นเราก็ลงความเห็นว่าหาไรหวาดเสียวๆเล่นดีกว่า
ก็เลยไปต่อคิวเล่นสิ่งนี้ค่ะ
มันเป็นเครื่องเล่นที่คล้ายๆรถไฟเหาะอ่ะค่ะ แต่มันไม่เหาะนะ (เอ๊ะยังไง555)
ก็คือเป็นรถไฟความเร็วสูงมากค่ะ วิ่งขึ้นเขาจำลอง มุดถ้ำจำลองไรงี้ค่ะ
ที่มาต่อกันนี่ก็ตามเสียงกรี๊ดมาอ่ะค่ะ 55555


ความดีงามของการต่อแถวหลายช่วงโมงคือกลุ่มพ่อหนุ่มที่ใส่หมวกมาสคอตตรงนั้นแหละค่ะ
5555555555555555555555555555555
เพลินมาก จีจี


รอจนฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีแล้วค่ะ รอนานมาก หนาวมาก ยิ่งตกเย็นยิ่งหนาวค่ะ
แต่เราสองคนไม่ยอมแพ้ อยากเล่นจริงๆค่ะ
ต่อแถวกันตั้งแต่4โมงครึ่งได้เล่นกันประมาณสองทุ่มอ่ะค่ะ 
ความพยายามนี้



ตอนจะขึ้นเครื่องเล่นเรากับขวัญขอเค้านั่งข้างหน้าสุดเลยค่ะ
เราสองคนเป็นชะนีสายแข็ง ไม่สุดไม่เล่นค่ะ
ข้างหลังเราเป็นคู่ชายหญิงคู่นึงค่ะ
ตอนแรกๆพี่ผู้ชายนี่แบบ ร้องวู้วๆๆแบบคลูๆเลยค่ะ
พอเริ่มเร็วมากขึ้นๆ พี่แกแบบ
" โอก้าซางงงงงงงงงงงงงง (คุณแม่)"
ร้องดังมากค่ะ
ซึ่งชะนีแบบเรากับขวัญที่นั่งหน้าสุด เอาแต่กรี๊ดสลับกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่งค่ะ
สนุกมาก 55555555555555

ตอนลงจากเครื่องพี่ผู้ชายคนนั้นมองหน้าเลยค่ะ
นางคงอยากรู้ว่าเราสองคนบ้าหรือเปล่าที่เอาแต่หวีดสลับกับหัวเราะแรงๆ

พอลงจากเครื่องเล่นก็มารอดูพาเหรดรอบดึกอันเลื่องลือแล้วค่ะ
แล้วก็เป็นไปตามที่พูดกันเลย คือสวยมากกก มาเต็มมากกกกกกก










สวยมากจริงๆนะคะ
แสงสีแสงมาเต็มมาก คุ้มมากค่ะที่ได้มาดูโชว์ดีๆแบบนี้
ถึงจะหนาวมากก็เถอะค่ะ
หลังจากนั้นเราก็กลับโรงแรมกันค่ะ แอบหลงทางด้วยอ่ะ 
555555555555
กลับมารีบจัดการตัวเอง รีบนอนค่ะ วันรุ่งขึ้นงานยักษ์ งานหนักรออยู่ค่ะ
พวกเราจะไป ต่อแถวซื้อของหน้าคอนฯกัน !!!!

  • วันที่ 14 มีนาคม 2558
วันนี้เป็นวันคอนฯวันแรกค่ะ ซึ่งเรากลับขวัญแยกกันค่ะ
วันนี้ขวัญมาดูคอนเสิร์ต ส่วนเราจะไปตะลอนค่ะ 
ซึ่งเป็นการไปไหนมาไหนแบบมึนๆคนเดียวค่ะ
เราตกลงกันว่าหลังจากซื้อของหน้าคอนฯเสร็จเราจะกลับมาเก็บของที่ห้องละค่อยแยกกัน

ซึ่งวันนั้นเราออกจากห้องประมาณตี4ค่ะ 
อ่านไม่ผิด พิมพ์ไม่ผิดค่ะ ออกจากห้องประมาณตี 4 ค่ะ
ซึ่งรถไฟเที่ยวแรกยังไม่มีเลยค่ะ นั่นแหละค่ะ ชีวิตติ่งสายแข็งสองคน
นั่งแท็กซี่ค่ะ 
(ซึ่งมันแพงเวลาปกติไม่นั่งแน่นอน555)

เราไปถึงโตเกียวโดมประมาณตี 4 ครึ่งได้มั้งคะ
อากาศก็เป็นใจค่ะ เย็น สบาย มากกก
คุณคิดอย่างนั้นจริงๆหรอคะ T__________T


เราก็เดินหาหางแถวค่ะ ซึ่งเราคิดว่ามาเช้าแล้วนะคะ
แต่ ยังเช้าไม่พอค่ะ 
แถวยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

พอเราเจอหางแถวเราก็มานั่งต่อแถวกันค่ะ
ซึ่งทางญี่ปุ่นเค้ามียามมาเฝ้าพวกเรานะคะ การรักษาความปลอดภัยนี่ดีงามนะคะ


ฟ้าเริ่มสว่างแล้วค่ะ
แต่ยังไม่หายหนาว แอบมีควันออกจากปากด้วยอ่ะ ตื่นเต้น 5555


พอเช้าแล้วก็รอเวลาเปิดขายของหน้าคอนฯกันค่ะ 
พอแถวเริ่มขยับเราก็เดินตามแถวไปเรื่อยๆ
ซึ่งการเข้าแถวของญี่ปุ่นนี่ดีงาม(อีกแล้ว) มีระเบียบกันมากค่ะ น่ารักก



ใกล้ถึงแล้วค่ะะ


หลังจากเราซื้อเสร็จก็สบายใจ สบายตัวค่ะ 
เดินมาถ่ายรูปเล่นหน้าโดมกันอีกว่า อิ___อิ




แถมถ่ายรูปตัวเองกับโดมไม่เป็นที่ระทึกค่ะ
ว่าครั้งนึง ข้าได้มาที่นี่แล้วนะ 5555555


หลังจากนั้นเราก็กลับห้องที่โรงแรมกันค่ะ
ขวัญก็พักผ่อนก่อนไปดูคอนฯ 
เราก็เลยขอขวัญแยกตัวออกมาเพื่อไปตะลอนตามที่เราแพลนบ้างไม่แพลนบ้างเอาไว้ค่ะ

หลังจากนี้จะเป็นการเดินทางด้วยตัวคนเดียวแล้วนะคะ

เราออกจากห้องเราไปที่ ชินจูกุ ค่ะ
ไปตามหา กล้องโพลารอยด์ ให้เมติ๊ด
ซึ่งเราก็เปิดทั้งกูลเกิ้ล ทั้งไอเปอเดีย ทั้งแมพ จนมาถึงค่ะ
ที่ Bic Camera !!!

พนักงานสื่อสารด้วยภาาาอังกฤษได้คล่องมากๆค่ะ
ปลื้มใจแรงมาก
ในร้านก็เต็มไปด้วยกล้องแหละค่ะ แต่ที่เรามุ่งไปเลยคือโซนของกล้อง โพลารอยด์ค่ะ







คือของเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆค่ะ 
ระหว่างนั้นเราก็วีดีโอคอลหา เมติ๊ด เพื่อจะให้นางดูว่าอยากได้แบบไหนราคาเท่าไหร่
หลังจากนั้นเราก็ซื้อเสร็จแล้วค่าาาาาาาาา


หลังจากนั้นเราก็เดินไปเรื่อยเปื่อยในชินจูกุนี่แหละค่ะ


เจอป้ายน้องๆ Sexy Zone ด้วยยย
T_____T


เดินมาเรื่อยๆจนเจอร้านรองเท้าชื่อ
ABC-Mart ค่ะ


ร้านดูไม่ใหญ่มากนะคะ แต่เข้าไปแล้วละลานตาสุดๆ!
ร้านนางยังมีชั้นใต้ดินอีกนะคะ
หลังจากเราส่งเข้าไปในกรุ๊ปในไลน์ของพี่ๆน้องๆว่าอยู่นี่นะ
ก็มีออร์เดอร์ฝากซื้อมาค่าาาา

เหมือนเดิมค่ะ วีดีโอคอลหาแล้วให้พวกนางเลือก555555





หลังจากตกลงปลงใจได้แล้วก็ไปจ่ายตัง
หิ้วถุงออกจากร้านเล้ยยยย


หลังจากนั้นก็ไปร้านขายยาที่ขึ้นชื่อของบ้านนี้เมืองนี้กันต่อค่ะ
ไปซื้อยาแต้มสิวให้เมสติ๊ดด
555555555555555555555

ของละลานตามากค่ะ
เพลินมากกกก ใครชอบพวกเครื่องสำอางค์ วิตามินไรงี้นะ
บอกเลย
ล้มละลายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย





พอซื้อของเสร็จไรเสร็จเราก็ออกมาเจอกับนี่ค่ะ
ยูนิโคล่
ใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



แต่ไม่ได้เข้าไปนะคะ รีบแล้ววจะไปที่อื่นต่อแล้วค่ะ
(จริงๆกลัวเดินไกลละหาทางกลับรถไฟไม่เจอค่ะ555555)

หลังจากนั้นเราไปที่ย่าน Akihabara ค่ะ
เราเชื่อว่าคอ อนิเมะ คงไม่มีใครไม่รู้จักย่านนี้ 5555555555
แต่จุดประสงค์หลักที่เรามาย่านนี้คือ
สาวๆ AKB48ค่ะ 

ดังนั้นพอออกจากรถไฟฟ้ามาสิ่งที่เราไปเป็นที่แรกเลยคือที่นี่ค่ะ
AKB48 Cafe&Shop


ข้างในจะเป็นทั้งคาเฟ่แล้วก็มีมุมให้เลือกซื้อของค่ะ
ซึ่งเข้าไปในนั้นแฟนบอยเยอะมากกกกกกกกกก
เราเป็นชะนีกระเหรี่ยงที่เข้าไปเบียดกับแฟนบอยทั้งหลายเพื่อแย่งชิงกู้ดส์ของ เอเคบีค่ะ T^T

แล้วก็ตำมาประมาณหนึ่งค่ะ


จะบอกว่าฟินอ่ะ เพราะข้างในนี่อบอวนไปด้วยความเป็น เอเคบี เลยค่ะ
เพลงเอเคบี รูปตามผนัง รวมทั้ง
พนักงานคิดเงินค่ะ แต่งชุดนักเรียนแบบเพลง Heavy rotation ค่ะ แล้วเสียงนางก็น่ารัก
ฟินแรงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

หลังจากนั้นเราก็จะไปที่ที่เป็นจุดประสงค์หลักในการมาอากิฮาบาระค่ะ
นั่นคือ AKB48 Theater ซึ่งอยู่บนตึกดองกี้ในย่านอากิฮาบาระนี่แหละค่ะ
เราก็เดินไปเรื่อยๆด้วยการเปิดแมพ (อเกน555555) 
ระหว่างทางก็จะมีของที่เกี่ยวกับอนิเมะมาขายเยอะมากค่ะ
คือขายตามข้างทางเลยอ่ะ ดี๊ดี


หลังจากนั้นเราก็ไปถึงตึกดองกี้ค่ะ (ซึ่งไม่ได้ถ่ายรูปไว้555)
เธียร์เตอร์ของสาวๆจะอยู่ที่ชั้น 8 ของดองกี้ค่ะ
ซึ่งระหว่างที่เราขึ้นบันไดไป เราก็โคตรตื่นตาตื่นใจเลยค่ะ 
ความติ่งนี้ T^T







ระหว่างขึ้นบันไดเรื่อยจะมีอย่างนี้ตลอดค่ะ
ซึ่งมาคนเดียว อยากหาเพื่อนหวีดมากค่ะ (แต่ไม่มี555) เลยได้แต่หวีดในใจ

จริงๆดอกกี้ไม่ได้มีแค่เธียร์เตอร์ของสาวๆเท่านั้นนะคะ
แต่ยังมีขายพวกขนม เครื่องสำอางค์ เหมือนห้างทั่วไปเลยค่ะ
เหมือนดองกี้ทุกสาขาอ่ะค่ะ แต่แค่สาขาที่อากิบะมีเธียร์เตอร์ของสาวๆอยู่ด้วย

เมื่อมาย่านอากิฮาบาระ ที่นอกจากขึ้นชื่อเรื่องอนิเมะแล้วนั้น
ย่านนี้ยังขึ้นชื่อเรื่อง คอสเพลย์ และ เมดคาเฟ่ค่ะ
5555555555555555555





ดูก็รู้ว่าไม่ ธรรมดาค่ะ...

หลังจากนั้นเราก็กำลังเดินใกล้เธียร์เตอร์เข้าไปทุกทีค่ะ
ซึ่งเราไม่มีบัตรเข้าไปดูนะคะ การแย่งชิงค่อนข้างสูง
บวกกับไม่ใช่สเตทของทีมที่เราเมนก็เลยไม่เป็นไรค่ะ มาเก็บบรรยากาศเอาแล้วกัน



มีเกมส์ยิงผีด้วยค่ะ
โดยผีก็คือสาวๆนั่นแหละ แต่เราค่อนข้างรีบเลยไม่ได้เล่นเลยยย
ไว้ครั้งหน้ามีโอกาสจะมาแก้ตัวค่ะ


นี่เป็นส่วนของหน้าเธียร์เตอร์ค่ะ


รูปของเหล่าเมมเบอร์


หลังจากเราฟินกับเธียร์เตอร์เสร็จแล้ว
เราก็ต้องรีบพาตัวเองไป Noborito ต่อค่ะ
ซึ่งเราถือของเยอะมากกกกกก เลยตัดสินใจกลับไปที่ ชินโอคุโบะ 
แล้วเอาของไปยัดไว้ในล็อคเกอร์ที่สถานีรถไฟก่อนค่ะ

เราเดินทางจาก Shin-Okubo โดยJR สายยามาโนเตะหรือสายสีเขียวอ่อน
ไปเปลี่ยนสายที่สถานี Shinjuku โดยนั่ง Odakyu Odawara Line ไปลงที่ Noborito ค่ะ


การไป Noborito ของเราครั้งนี้ก็เพื่อจะไปที่
"พิพิธภัณฑ์ Fujiko F. Fujio"กันค่ะ
ตอนเราไปหารถไปโนโบริโตะเราค่อนข้างจะประทับใจมากค่ะ
ความกระเหรี่ยงทำให้ผู้คนมาช่วยเราเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นน้องผู้หญิง คุณยายที่จูงมือเรา
คุณยายนี่จูงเราขึ้นรถไฟเลยแม้ท่านจะพูดอังกฤษไม่ได้เลยย 
แต่ก็พาเราขึ้นละทำมือเป็นสัญลักษณ์ว่า โอเคมาค่ะ
เราเอาแต่พูดว่า "อาริกาโตะ อาริกาโตะ"
ซึ่งใจจริงๆนะ

หลังจากเราขึ้นรถไฟมาเราก็สังเกตุเห็นผู้หญิงรุ่นเดียวกับเราค่ะ 
เขาดูงงๆเหมือนกัน ตอนก่อนขึ้นรถเราแอบเห็นเค้าถามทางไปโนโบริโตะเหมือนกัน
เราก็เลยชวนเค้าคุย สุดท้ายก็รู้ว่าเค้าเป็นคนจีนค่ะ
เราก็คุยกันทั้งภาษาอังกฤษปนเปไปกับภาษาจีนง่อยๆของเรา 5555

พอเริ่มออกห่างจากใจกลางโตเกียวความเงียบสงบก็มาเยือนค่ะ
เราชอบบรรยากาศแบบนี้มากเลย เหมือนลานกว้างริมแม่น้ำที่พวกโนบิตะมาเล่นเบสบอลกันเลย55555




พอเรามาถึงยังไม่ทันได้ดื่มด่ำกับลายรถบัสที่จะนั่งไปพิพิธภัณฑืเลยค่ะก็ต้องวิ่งสู้ฟัด
เพราะรถจะออกแล้ว รอเราก่อนนนนนนนนนนนน
ในที่สุดเราก็ขึ้นรถรอบนั้นทันค่ะ

เราและเพื่อนใหม่ก็เดินชมพิพิธภัณฑืด้วยกันคุยกัน
ได้รู้อีกว่าเขามากับเพื่อนแล้วเพื่อนก็มาดูคอนฯชายนี่ 555555
บังเอิญจังเลยเนี่ยยยย











เดินเล่นเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆค่ะ
โชคดีมากที่เจอเพื่อนคนนี้เพราะมีคนถ่ายรูปให้ด้วย 55555




เราก็ผลัดกันถ่ายไปเรื่อยๆค่ะ

อันนี้เป็นตู้ชากาปองที่ใหญ่มากนะ 555555

ในส่วนของที่ระลึกก็มีประมาณนึงอ่ะค่ะ
แต่ก็แอบแพงอยู่ แต่ก็นะมาถึงแล้วก็เลยโดนกลับมานิดหน่อยค่ะ T^T



ก่อนกลับเราก็ถ่ายรูปกับเพื่อนใหม่มั้ยเป็นที่ระลึกกัน
อิ______อิ


ตอนขากลับเราได้นั่งบัสลาย โดราเอม่อน ไปที่สถานีโนโบริโตะด้วยค่ะ
ที่จับยังเป็นลาย โดราเอม่อนเลย งือออออออออ

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถเข้าเมือง(?)อีกครั้งค่ะ
แต่ช้าก่อน ยังไม่กลับค่าาาาาาาาาา
เราจะไปโตเกียวทาวน์เวอร์ ซึ่งม่นิทรรศการของ วันพีช อยู่

พอลงจากรถไฟก็ค่อนข้างซอยเท้าเลยค่ะ
เพราะรถไฟเกิดขัดข้องอยู่เกือบครึ่งชม. ทำให้มันใกล้เวลารับบัตรแล้วค่ะ
รีบเดินจนตะคริวจะกินเอา 555

หลังจากขึ้นไปรับบัตรบนโตเกียวทาวน์เวอร์แล้วเราก็เข้าไปในส่วนของงานค่ะ
ซึ่งในงานจะมีห้องแยกๆไว้สำหรับของแต่ละตัวละครด้วยนะคะ
แต่ไม่ได้เข้าเลย คิวยาวมาก เสียดายนิดๆค่ะ แต่ไม่เป็นไรเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆก็ได้


อันนี้ถ้าเราเดินไปใกล้ๆเซ็นเซอร์จะทำงานค่ะ 
จะมีเสียงและสีออกมาด้วยยย




ถ่ายคู่กับเทาซันด์ ซันนี่ ซะโหน่ยยยย


บรรยากาศภายในงานก็ประมารนี้ค่ะะ
















ส่วนนี่เป็นโซนของที่ระลึกค่ะ








สำหรับเรางานนี้ค่อนข้างทำดีมากเลยนะ
สำหรับเราขนาดไม่ได้เข้าห้องคาแร็กเตอร์ยังว่าดีงามเลยอ่ะ
เดินเพลินมากๆ นี่คิดถึงพี่นัท(พี่ชายเรา)ตลอดเลยว่าอยากให้มาด้วย
คงหวีดกันน่าดู 55555555

หลังจากเราฟินกับอนิเมะมาทั้งวันเราก็กลับแล้วค่าาาา
พอออกจากรถไฟมาก็เจอสิ่งนี้เลยค่ะ มาต้อนรับกลับโรงแรม
และมาเตือนให้รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องเจอกัน 555


ไปเอาของที่ฝากไว้ที่ล็อคเกอร์ค่ะ


เดินกลับห้องคนเดียวเลยค่ะ
(พอมาเขียนตอนนี้ก็แอบคิดถึงนะเนี่ย T^T)


ทางเดินเหมือนที่ดูในซีรี่ย์ยี่ปุ่นบ่อยๆเลยค่ะ
ชอบอ่ะบรรยากาศดีมากนะจริงๆแล้ว 5555


พอกลับมารอขวัญและขวัญกลับมาเราก็ออกมาหาของกินกันค่ะ
ซึ่งมันคือ เซเว่นเจ้าเดิม 55555555
ดูของกินเขาซิคะ ทุกคนนนน



และนี่คือสิ่งที่ได้กลับมาค่ะ
อร่อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย


พอกินอิ่มก็นอนหลับค่ะ

จบไปอีกวันแล้วค่ะ
พรุ่งนี้จะเป็นวันคอนฯแล้ว ตื่นเต้นโคตรๆพูดตรงๆ
แต่เดี๋ยวจะมาเล่าต่อในพาร์ท3 เนอะเพราะนี่จะยาวมากไปละ 555555

ซียูววววววววว