อยู่ๆก็อยากเขียนรีวิวค่ะ ญี่ปุ่นทริปนี้คือไปมาตั้งแต่มีนาแล้วอาจจะมีตกหล่นอะไรไปบ้าง
ดีเทลอาจจะไม่แน่นแล้วนะคะ แต่แค่อยากเขียนเลยจริงๆ เพราะอยากเก็บไว้อ่านเองด้วยค่ะ555555
เรื่องมันมีอยู่ว่าขวัญ(เพื่อนร่วมทริป)ทักมาว่า
"ออยชายนี่จะมีคอนที่โตเกียวโดม"
บอกก่อนเลยว่ามันเป็นทริปแบบอันแพลน ทริปล้มละลาย
ทริปฝากชีวิตไว้กับลอว์สัน แม็คและเซเว่น ซึ่งนั่นหมายความว่าจะหารีวิวของกินไม่ได้จากที่นี่555
ขวัญทักมาแบบนั้นประมาณเดือนพฤศจิกาปี57 ซึ่งคอนฯโตเกียวโดมจะมีเดือนมีนา58
ซึ่งก็มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจกันประมาณ4-5เดือน
ก่อนอื่นเลย ทำไมเราถึงตัดสินใจไป?
1.คือติ่งและติ่ง (เหตุผลหลักของทริปนี้แหละค่ะ)
2.ญี่ปุ่นคือประเทศในฝันมาตั้งแต่เด็กๆเพราะโตมากับอนิเมะบ้านเขา
3.โตเกียวโดมคือสถานที่ที่เคยสัญญาใจ(กับตัวเอง)ไว้ว่าสักวันจะต้องไปเหยียบให้ได้
และนั่นทำให้เราตอบตกลงกับขวัญว่า
ไป!! เราจะไปด้วย
หลังจากนั้นขวัญก็จัดการหาบัตรคอนฯให้ซึ่งเราดูแค่วันเดียวคือวันสุดท้ายของคอนฯ
เนื่องจากทุนทรัพย์และบวกกับอยากไปเที่ยวเล่นด้วย5555
หลังจากเรามีบัตรคอนแล้วพวกเราก็เริ่มแพลนวันเดินทาง-วันกลับกันซึ่งข้อสรุปคือ
เราจะไปวันที่ 11-16 มีนาคม 2558
พอได้วันแล้วก็เริ่มจากการหาตั๋วเครื่องบินค่ะ หาหลายสายหลายเจ้ามาก
สรุปพวกเราตกลงจะใช้บริการของสายการบิน Delta Air
ซึ่งเราจะไม่พูดถึงสายการบินมากเท่าไหร่นะเพราะก็ดีอ่ะค่ะ
อยู่ในระดับที่น่าพอใจ อาหารดี ของว่างก็เยอะดี มีหนังให้ดูแก้เบื่อ
แต่ได้ราคามาไม่ดีเท่าไหร่ค่ะ ตอนนั้นได้มา 18,000 บาทเลยอ่ะ
(ซึ่งตอนนี้เห็นโปรฯประมาณ 13,xxx อยู่ค่ะ *ร้องไห้แรง*)
**ไม่มีรูปบนเครื่องนะคะไม่ได้ตั้งใจจะรีวิวบวกกับกินๆนอนๆตลอดทางค่ะ55**
หลังจากได้ตั๋วเครื่องบินแล้วเราก็เริ่มทำแพลนค่ะ
(ซึ่งส่วนมากขวัญจะทำแล้วเราก็อิงจากของขวัญมาค่ะ เราเป็นมนุษย์ไม่มีแพลนเรื่องเที่ยวจริงๆ5555)
นั่นแหละค่ะ ซึ่งการวางแพลนของเรานั้นก็ว่างไว้คร่าวๆ
เนื่องจากเราจะต้องดูค่ะว่าชายนี่มีอีเว้นท์อะไรบ้าง (ก็มาติ่งนี่เนอะ เที่ยวคือผลพลอยได้ไง555)
ในระยะเวลาประมาณ3เดือนก่อนวันไปโตเกียวของเราสองคน
เราสองคนก็ไปเดินดูงานท่องเที่ยวที่จัดที่ศูนย์ประชุมฯสิริกิต์
ซึ่งเราก็ได้ไปจอง Pocket wifi และตั๋วเข้าโตเกียวดิสนี่ย์แลนด์จากที่นี่แหละ
แล้วไหนๆจะไปแล้วก็ขอให้สุดค่ะ! เราสองคนเลยจองเช่าชุดกิโมโนกันด้วย
จะได้ฟีลญี่ปู้นนนญี่ปุ่นไง 55555
หลังจากเตรียมอะไรเรียบร้อยก็รอวันบินแล้วค่ะ!
- วันที่ 11 มีนาคม 2558
ก็ไปเตรียมตัวเช็คอิน โหลดกระเป๋าอะไรให้เรียบร้อยก็มานั่งรอสวยๆ(?)ในเกทแล้วค่ะ
เราถึงนาริตะกันประมาณบ่าย2โมงค่ะ
พอลงเครื่องปุ๊บ ความเย็นก็ตีแสกหน้าพวกเราทันทีค่ะ T^T
พอเราออกมาจากเกทแล้วก็ยืนงงๆกันอยู่สองคน
เพราะเราสองคนพูด/อ่าน ภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลยค่ะ
เฮ๊ะโหล่ววววววววววววว
เอาวะ มาถึงนี่ละยังไงก็ต้องไปถูกอ่ะ!
ไป ไปค่ะ ไปกดซื้อตั๋วรถไฟเพื่อเข้าเมือง
ซึ่งได้บัตรมาแล้วความกังวลใจก็ยังมีค่ะ พวกเราไปซื้อมาถูกมั้ย(วะ?)
หน้าตาตั๋วก็แบบนี้ น่ารักกุ๊งกิ๊งเล็กๆ หายไปก็ชห.กันเลยทีเดียว *กำแน่น*
หลังจากนั้นเราก็ต่อรถไฟอีกขบวนเพื่อไปลงสายสีเขียวอ่อน ไปสถานี ชินโอคุโบะ ค่ะ
หลังจากถึงชินโอคุโบะแล้วก็ต้องหาที่พักค่ะ ซึ่งวิธีการหาคือ
Google Map
อากู๋ที่รักนี่แหละค่ะ เปิดแมพแล้วเดินตามแมพลากกระเป๋าไป ตามองแมพในโฟนไป
เดินไปเรื่อยๆอากาศเย็นๆ ชิลๆ ซะที่ไหน!!!!
หลงค่ะ หลงงงงง
ในใจพูดตรงๆค่ะ คิดว่าชิบหายแล้วแน่ๆ พูดภาษาเค้าก็ไม่ได้
ในระหว่างที่เราหยุดพักแล้วก็งุ้งงิ้งกันอยู่สองคน
มีคนเดินผ่านมาค่ะ พูดภาษาไทยกับพวกเรา
ฮืออออออออออออออออออ อย่างน้อยเราจะไม่ตายข้างถนนแน่นอนแล้ว
คนที่เราเจอเป็นลุงผู้ชายค่ะ ค่อนข้างดูใจดี
น่าจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นเลย ดูจากคำพูด การแต่งตัวไรงี้นะ
ลุงทักพวกเราคำแรกด้วยคำว่า "มาจากบ้านหรอ"
ซึ่งในใจเรายังแอบกวนตีนลุงเค้าว่า ป่าวค่ะมาจากสนามบิน
(แต่ไม่ได้ตอบแบบนั้นไปนะคะ555) เราสองคนตอบออกไปว่าค่ะ มาจากไทยค่ะ
ซึ่งคุณลุงถามต่อค่ะว่าหนูจะไปที่ไหนกัน หลงหรอ ซึ่งเราก็ยอมรับโดยดีค่ะว่า
หลงค่ะ แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ก็ได้ลุงเค้าบอกแหละค่ะว่าตอนนี้เราเดินเลยชินโอคุโบะมาค่อนข้างไกลค่ะ
ก็เดินย้อนกันกลับไปมั่วๆ (แบบพึ่งGoogle Mapอีกครา)
ในที่สุดค่ะะะะะ ไฟนอลลี่ ดือดิออออออ
เจอโรงแรมแล้ววววววววว
หลังจากเจอโรงแรมเราก็อยู่ได้ไม่นานค่ะ
เหวี่ยงกระเป๋าละออกทันที ที่แรกที่ไปคือไปร้านซีดีค่ะ
ตอนนี้เราไม่กดบัตรเป็นเที่ยวๆแล้วค่ะ เรามีบัตร Suica เป็นของตัวเองแล้นนน
ตอนนั้นตามสถานีรถไฟจะมีการโปรโมตงานของการ์ตูนวันพีชเยอะมากๆๆ
เราก็คอ อนิเมะ เห็นแล้วกรี๊ดกร๊าดสุดๆ T^T
เพราะวันพรุ่งนี้ชายนี่มีอีเว้นท์จับมือที่โตเกียวโดม
ต้องซื้อซีดีเพื่อที่จะได้การ์ดมาแล้วลุ้นว่าจะได้เข้างานมั้ย ถ้าได้เข้าจะได้ใคร
ชีวิตติ่งต้องสู้ค่ะ ไปค่ะ ไปสอยมาสองคนสิริรวมวันแรก 10กว่าอัลบั้มค่ะ
ใบแรกใบที่สองผ่านไปยังไม่มีทีท่าว่าจะได้ค่ะ ใจเริ่มแป้วล่ะ เตรียมควักเงินซื้อต่อละ
ในที่สุดดด ใบที่3 เราได้พี่จงค่ะ ส่วนขวัญได้น้องแทม
ซึ่งนั่งร้องไห้คู่ที่หน้าร้านซีดี ไม่เป็นไรค่ะเขาด่าเราก็ฟังไม่ออก 5555
วันแรกเราก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนแล้วค่ะตกลงกันว่ากับชินโอคุโบะเถอะ
เหนื่อยมาทั้งวันลงเครื่องก็ยังไม่ได้พัก พอมาถึงชินโอคุโบะเราก็ชวนขวัญไปลอว์สัน
ซึ่งการไปลอว์สันของเราจะไปซื้อบัตรเข้าพิพิธภัณฑ์ Fujiko F. Fujioค่ะ
ก็ไม่รู้ทางอีกตามเคย ก็เลยต้องพึ่งพาอากู๋แมพเพื่อนรักยามยากค่ะ ซึ่งแมพบอก400เมตร
แต่ระยะเดินจริงนี่เหมือนเป็นกิโลฯเลยค่ะ
พอซื้อเสร็จเราก็จะกลับที่พักจริงจังละค่ะ
ขาเดินกลับมาขวัญเดินริมถนนเราเดินด้านที่ติดซอยแยกๆ
ก็เดินมาเรื่อยๆค่ะ แล้วพวกเราก็เดินผ่านผู้ชายคนนึงซึ่งเราเดินผ่านไปแล้วแล้วเราก็ต้อง
ร้อง "เฮ้ยยยย!!!!" ออกมาแรงๆ หลักจากนั้นเราก็ไร้สติค่ะหันไปถามขวัญว่า
"ใช่มั้ยขวัญ ใช่มั้ย ใช่หรือป่าว"
ซึ่งใจเราสองคน90%คิดว่าใช่ค่ะ คนที่เราบินมาหาเค้าถึงญี่ปุ่นเราเดินเจอเค้าที่ข้างทางด้วยค่ะ
อันนี้อาจจะดูมโนไปหน่อย แต่ก็นะถ้ามโนก็มโนแพ็คคู่อ่ะค่ะ 555555
ที่ค่อนข้างมั่นใจขึ้นว่าใช่ "เขา" ก็เพราะว่าอยู่กับคนที่เหมือนการ์ดแล้วเค้าก็หนีเราอ่ะ!
555555555555555555555555555555555555
พี่คะ หนูสัญญาจะไม่ทำอะไรพี่นะคะ 55555
แต่พวกเราก็ไม่ได้ตามต่อนะ ก็เดินกลับห้องแบบงงๆมึนๆ เพราะวันนั้นเหนื่อยมากๆๆๆจริงๆ
คืนนั้นก็ได้แลกตั๋วอีเว้นท์งานจากพี่จง เป็นพี่อน ด้วยย ฮิๆ<3
วันนี้แล้วค่าาาาาาาาาาาาาาา
ตื่นมาแต่งหน้าแต่งตา รีบออกไปเที่ยวรีบไปหาพี่อนโน๊ะ 5555555
วันนี้เราตื่นเช้าเราไปหลายที่พวกเราเลยซื้อตั๋ววันกันค่ะ ซึ่งก็แค่ 750เยน/วันเอง
คุ้มดีหลงเยอะก็ยิ่งคุ้มค่ะ 555
ก็ไปสวนอุเอะโนะค่ะ ที่เขาว่ากันว่าถ้าซากุระบานแล้วจะสวยมากกกกกกกกกก
แต่พอเราไปถึง นี่คือสิ่งที่มีค่ะ
เหมือนซากุระกำลังบานสะพรั่งเลยใช่ป่าววววววววววววว
แต่ในความเป็นจริงคือ ......
เป็นแบบนี้ค่าาาาาาาาาา
ทั้งสวนมีแบบนี้อยู่สองต้น!!!! ที่เหลือเหมือนต้นไม้ที่ตายแล้วอ่ะค่ะ555555
แต่ไม่เป็นไร เราจะถือว่าเรามาแล้ว
สวนที่นี่ก็จะมีผู้สูงอายุมานั่งเล่น นั่งคุยกันเยอะพอสมควรเลย
อากาศเย็นๆสบายๆ (แต่ไม่สบายเรา555)
วันนั้นมีเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษากันด้วยค่ะ
กรุบกริบมากๆเลย อิ___อิ
สตาร์บัคที่นี่ก็ดูน่ารักอบอุ่นดีค่ะ
แต่เราไม่ได้เข้าไปนะ เพราะรีบไปตึกม่วงจะไปซื้อหนมมม
หลังจากเราไปตึกม่วงเรียบร้อยแล้วเราก็ไปรปปงงิค่ะ
(รูปที่ตึกม่วงไม่มีเลยค่ะ ซื้อขนมเพลินมากจริงๆ)
รูปนี้เราถ่ายจาก Roppongi Hill ค่ะ
เรานั่งรถไฟของ Tokyo Metro สาย Hibiya (สีเทา) ลงสถานี Roppongi
สิ่งที่ประทับใจย่านนี้คือร้านรองเท้า โอนิซึกะ ค่ะ
คนขายดีงามมากกกกกกกกกกกกกกก ปักหมุดเลยค่ะ
ใครมีโอกาสจะไปลองไปใช้บริการนะคะ(หวังว่าจะเป็นคนเดิม)
บริการดีมากกกกก แล้วก็นั่นแหละค่ะดีงามมากก 5555555
จากรูปจะเห็นว่าย่านนี้ยังมีตึกสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแบบ TV Asahi ตั้งอยู่ด้วยยย
ซึ่งรายการ/การ์ตูนดังๆก็ออกฉายช่องนี้นะคะ
เช่น โดเรม่อน หรือจะรายการเพลงที่โคตรยืนยงคงกระพันแบบ Music Station ก็ของช่องนี้เขาค่ะ
โปสเตอร์โดเรม่อนตอนใหม่ค่ะ(ตอนที่ไปกำลังโปรโมตเลยย) ตั้งไว้หน้าประตูทางเข้าเลยค่ะ
รายการเพลงในตำนานแบบ Music station
มีที่ขายของที่ระลึกของช่องด้วยค่ะ
ซึ่งอย่างที่บอกว่าโดเรม่อนกำลังโปรโมต ตรงนี้เลยมีแต่โดเรม่อนเลยอ่ะ5555
หมดไปหลายอยู่ ณ จุดนี้
แล้วดูววววววววววววววววววววว
กำลังจะเดินออกค่ะ เจอคาเมะด้วยอ่ะะ T___________T
แม้จะแค่ในโปสเตอร์ก็จะถือว่าเราเจอกันเนอะ 55555
หลังจากนั้นค่ะเราก็ไปที่ที่เขาว่ากันว่าชายนี่จะไปออกรายการวิทยุค่ะ
นั่งแท็กไปเลยค่าาาาา (เพราะกลัวไม่ทันพวกนาง)
มาที่ตึกนี้ค่าาา
ไม่แน่ใจชื่อแล้วน้าาา แต่น่าจะเป็น Mirai Tokyo ไรสักอย่าง 555555
พอไปถึงก็เจอนี่เลยยยยยยยยยยยยยยยยย
โดเรม่อนสีเงินนนนน
โอ้ยยย นางน่ารักกกกกกกกก T^T
แต่สรุปไม่ได้เจอชายนี่นะคะ ก็กลับกันแบบงงๆจะถามใครก็ไม่ได้ พูดญี่ปุ่นก็ไม่ได้
เลยยอมแพ้ค่ะ เดี๋ยวค่อยไปเจอที่งานจับมือเอาก็ได้
หลังจากนั้นเราก็มาที่นี่ค่ะ
ชินจูกุ !!!!!!!
พี่ไม่ได้มาเดินเล่นๆพี่มาซื้อซีดีเพิ่มค่ะ
เป็นชะนีติ่งต้องสตรองทั้งร่างกายและจิตใจนะ T_T
เรามาที่ Tower Record สาขา ชินจูกุค่ะ
ซึ่ง ซีดีเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
นั่นแหละค่ะ ฟาดกันมาอีกประมาณหนึ่ง
เป็นชะนีโลภและไม่มีดวงค่ะ สรุปไม่ได้อะไรเพิ่มนะคะ 55555
เราก็เลยเอ้อออ พอเนอะ ไปโตเกียวโดมกันเลยละกันน
พอมาถึงโตเกียวโดมเราก็เอาบัตรพี่จงไปแลกเป็นพี่อนมาค่ะ
ฮิฮิ
ดูคนที่รอคิวคือเยอะมากกกกกกกกก
หนาวด้วยยย ทุกคนสตรองมากค่ะ TwT
เอาบัตรที่ได้มาตอนแรกไปแลกเป็นบัตรเข้างานหน้าตาแบบนี้ค่ะ
ได้รอบบ่ายสี่โมงครึ่ง สีเขียวคือคิวของพี่ อนนนนน
หลังจากรอคิวเราก็เดินเข้าไปในฮอล์ค่ะ (ไม่ใช่ในโตเกียวโดมนะเป็นฮอล์ข้างๆ)
ในฮอล์อารมณ์แบบพารากอนฮอล์อ่ะค่ะ โล่งๆ
เดินเข้าไปก็จะแยกแถวเป็น5แถวตามสีของเมมเบอร์ ซึ่งเราพี่อนก็มาต่อแถวรอเข้าเต้นท์พี่อน
คนนึงประมาณ 5 วินาทีค่ะ (อันนี้ไม่เว่อร์นะ เค้าจับเวลาจริงจังมากแบบมีนาฬิกาจับเวลาค่ะ555)
เราก็เข้าไปพูดกับพี่อนว่า "สวัสดีค่ะ"
พี่อนรู้งานค่ะ นางพูดกลับมาว่า "สวัสดีครับ" พร้อมยิ้มตาหยีมา1ทีแรงๆ
ก็จับมือกันเสร็จ บลาๆๆ ก็เดินออกไป จากเต้นท์
ด้วยความกระเหรี่ยงค่ะ ลืมว่าต้องหย่อนบัตรเพราะจะมีอีเว้นท์ต่อคือชายนี่จะโทรหา555
พอนึกขึ้นได้ก็เดินเข้าเต้นท์งงๆ หวังดีนะเฮ้ย จะเอาบัตรมาคืนไง
คนทั้งเต้นท์ตกใจแรงมากแบบอีกระเหรี่ยงนี่จะทำไร เราก็แบบชูบัตรให้ดูว่าเราจะเอามาคืนนะ
พี่อนหันมามองละขำแรงมาก ขอบคุณค่ะ ภาพลักษณ์ที่ดีงามไม่มีอีกต่อไป ลาก่อยย
หลักจากจบงานก็ต้องหาอะไรร้อนๆดื่มอ่ะไม่ไหวจริงๆยืนรอนานมากกก
หนาวมาก ลมอย่างแรงเลยจริงๆ ลมพัดทีหน้าชาทีอ่ะ
ก็เลยได้สิ่งนี้มาประทังชีวิต
หลังจากนั้นเราตกลงกันว่าไป Odaiba กันวันนี้เลย เพราะกลัวไม่มีเวลาไง
แล้ว โอไดบะ ก็น่าจะไปกลางคืนแบบนี้แหละ!
เรานั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shimbashi แล้วก็ต่ออีกขบวนไปลงที่ Daiba ค่ะ
ตอนนั่งไปเห็นสะพานสายรุ้งหรือ rainbow bridge ด้วยค่ะ
แล้วก็มาถึงสถานี Daiba แล้วววว
แล้วก็นั่งรถต่อไปอีกไปที่ Palette Town ค่ะ
หลังจากนั้นเราก็เดินกันงงๆค่ะ
จนไปเจอชิงช้าสวรรค์ยักษ์ ซึ่งมันยักษ์จริงๆนะใหญ่มากกกกกกกก สูงด้วย
นี่คือวิวจากบนนั้นค่ะ เห็นโตเกียวทาวน์เวอร์ด้วยยยย สีชมพูตรงนู้นนน
เราเลยคุยกัน(อเกน) ว่าเดี๋ยวกลับจากนี่จะไปโตเกียวทาวน์เวอร์เพราะตอนไปวันแรกมันปิดไฟ 555
พอลงจากชิงช้าสวรรค์ก็ตกลงกันอยู่นานมากว่าจะไปกันดั้มมั้ยเพราะหนาวมาก
แต่ก็ตกลงไปเพราะไหนๆก็มาแล้ว
ก็เดินโต้ลมหนาวไปเรื่อยๆๆ จนนู้นไงง ข้างหน้านั่นไงงงง
พอถ่ายรูปกับกันดั้มจนหนำใจเราก็เดินไปดู Rainbow Bridge กันต่อ
คือสวยมากกกกก ไม่รู้จะบอกยังไง เพราะในรูปคือไม่ได้เศษ1ส่วน3ของของจริงเลยยย
พอถ่ายรูปและดื่มด่ำบรรยากาศเสร็จแล้วเราก็นั่งรถไฟกลับค่ะ
แต่ไม่ได้กลับโรงแรมนะ นั่งกลับไปที่สถานี Akabanebashi ซึ่งออกสถานีเดินมานิดนึงก็เห็นแบบนี้แล้ว
พวกเราก็ไม่ได้อยากจะไปใกล้ๆมากอยู่แล้วค่ะ แค่อยากจะเก็บภาพ ก็เลยมาดูแค่นี้ 555555
จริงๆแล้วหลังจากนั้นเราก็ไปรปปงงิต่อค่ะ ไปด้วยความหวังว่าถนนรปปงงิจะเปิดไฟ
ซึ่งไปแล้วนางก็ไม่ได้เปิดไฟอีกแล้วค่ะ ก็เลยเออกลับห้องกันเถอะ
พอมาถึงชินโอคุโบะก็มาหาของกินกันค่ะ ซึ่งมื้อแรกของวันคือ
ข้าวเซเว่นบ้านเค้าคือดีงามมากกกกกกกกกกกกกกกก
บอกเลยยยย จริงๆ แบบรสชาติดี บรรจุภัณฑ์ก็ดี
จบไปอีกวัน ดูเป็นวันที่ยาวนานมากๆอ่ะ5555
เดี๋ยวจะมาต่อพาร์ท2
ตอนแรกตั้งใจจะเขียนยาวเลยแต่มันจะยาวมากไป งั้นไว้มาต่อน้าา
#รีวิวที่สาระไม่มีมีสาระอย่างเดียวคือสาระเลว
-ขอบคุณค่าาาา-
#ขอบคุณใครมีคนอ่านมั้ยก่อน 55555
















































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น