วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

OILL in Korea # The Seoulhunter part 1

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาาาาาาาา
วันนี้มาเขียนบล็อกอีกแล้วค่ะ หลังจากจบการรีวิวกากๆ ณ ประเทศญี่ปุ่นไป
วันนี้เราจะพาไปเกาหลีแบบวิถีติ่งกันอีกแล้วค่ะ

อย่างตอนที่เขียนรีวิวญี่ปุ่นไปเราบอกว่ามันเป็นทริปอันแพลนยังจำได้มั้ยคะ?
จะบอกว่า ทริปครั้งนี้อันแพลนยิ่งกว่าค่ะ จองตั๋วและที่พักรวมถึงการแลกเงิน
2 อาทิตย์ ก่อนบินค่ะ .....

หลังจากที่ทริปญี่ปุ่นพาเราล้มละลายแบบงบบานปลายมาแล้วครั้งหนึ่ง
เราจะไม่ยอมให้ เกิด.ขึ้น.อีก.ค่ะ!!!
ครั้งนี้เรามีกฏกับตัวเองว่าไปครั้งนี้ทุกอย่างห้ามเกิน 25,000 บาทเท่านั้น

เรื่องมันมีอยู่ว่า เราลาออกจากงานค่ะ
เห็นแบบนี้ไม่ได้โดนไล่ออกนะคะ พอดีได้งานใหม่ค่ะ 5555555
เราทำงานวันสุดท้าย(ที่บริษัทเก่า)วันที่ 28 สิงหาคมค่ะ และจะเริ่มงานใหม่ 7 กันยาค่ะ
ทีนี้ก็ว่างค่ะ ตั้งแต่ 29 สิงหาคม - 6 กันยายน เราจิว่างงงงงงงงงง

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดเรื่องไปเกาหลีจริงจังหรอกค่ะ
แต่ประจวบเหมาะกับมีโปรตั๋วเครื่องบินแบบยิ่งบินเยอะยิ่งถูกมาค่ะ
เราก็เริ่มชวนเพื่อนฝูงแบบขำๆ(พูดจริงๆตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะไปจริงจังหรอกค่ะ)
เพื่อนเราดันทำงานวันสุดท้ายวันที่ 31 สิงหาคม พอดีไปอีก!! ทีนี้ว่างตรงกันสองคนแล้วค่ะ
เริ่มหาเหยื่อรายต่อไป ซึ่งนางก็ตกลงปลงในจะไปด้วยค่ะ
เพื่อนร่วมทริปครั้งนี้ของเราก็คือ นัทมิ้ว และ เมสติ๊ดค่ะ 
(เห็นเพื่อนๆมีชื่อสองพยางค์แล้วก็อดใจไม่ได้ค่ะ โปรดเรียกเราว่า หมอออย)

ทีนี้เรื่องเล่นก็กลายเป็นเรื่องไม่เล่นแล้วค่ะ 
เอาวะ! ไม่ไปตอนนี้แล้วจะได้ไปตอนไหน
ใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน มือก็ลั่น กระเป๋าสตางค์ก็สั่น 10.78 ริกเตอร์ T^T
ได้ตั๋วเครื่องบินมาแล้วค่ะ 
จะบอกว่าตามเดิมเราตั้งใจไปถึงโซลวันที่ 1 กันยายน แล้วกลับวันที่ 6 กันยายนค่ะ
แต่เราจองผิดเลยกลายเป็นว่าต้องไปถึงเกาหลีตั้งแต่ 31 สิงหาคมแล้วกลับ 6 กันยายน เลยค่ะ

ทีนี้ก็กลับตัวไม่ทันแล้วเนอะ ก็ตั้งหน้าตั้งตาหาที่พักกันต่อไป
หาหลายที่มากค่ะ ทั้งแถวๆ โซลสเตชั่น ทั้งชินซน แต่มีเพื่อนแนะนำแถวฮงแดมาค่ะ
เราก็ตามดูตามagodaเรื่อยๆ ไปๆมาๆก็ได้ที่พักแล้วค่ะ
ที่พักก็คือ Familyhostel ที่ ฮงแดค่ะ
หลังจากได้ที่พักแลกเงินอะไรเรียบร้อยก็รอเวลาเดินทางแล้วค่ะ 
ไม่ได้มีเวลาเตรียมตัวอะไรมากหรอกค่ะ หาตั้งหมดนี้ภายใน2อาทิตย์ก่อนบินจริงๆ = =

เมื่อถึงเวลาอันดีเราก็เตรียมตัวออกเดินทางค่ะ 
ไป..ไปค่ะ ไปเที่ยวเกาหลีกับพวกเรากัน

อ่ะ...อีกนิดค่ะ เนื่องจากพวกเราไปกันเอง3คน 
ไม่มีไกด์ ไม่มีอะไรเลยค่ะ ใจล้วนๆ เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้าด้วยซ้ำ
รีวิวนี้อาจจะไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดนะคะ ถือว่าอ่านเพลินๆนะคะ ฮิ_____ฮิ


  • วันที่ 31 สิงหาคม 2558 (คืนวันที่ 30 สิงหาคม 2558)
เรานัดเจอกันตั้งแต่3ทุ่มของวันที่ 30 สิงหาคมเลยค่ะ ด้วยความที่ไม่คุ้นชินกับสนามบินดอนเมือง
ก็เลยรีบ(ไปมาก) ค่ะ 5555555555
พอไปถึงก็ไปนั่งๆ กินๆ อยู่แถวๆนั้นแหละค่ะ เพราะจริงๆบินตั้ง ตี1 นู้นเลยย




จะบอกว่าตอนนั่งบนเครื่องบินเราได้นั่งข้างคนเกาหลีค่ะ ซึ่งเรานั่งติดหน้าต่าง
ไม่มีไรค่ะ ผลัดกันหลับ หรือ เรียกได้ว่า หลับแข่งกันเลยล่ะค่ะ
ไทย VS. โคเรียน
5555555555555555555555555555555555555

พอเครื่องมาถึงอินชอนปุ๊บใจก็อยู่ไม่สุขเลยค่ะ เพราะหลังจากเท้าลงที่อินชอนแล้วเราก็ต้อง
วิ่งสู้ฟัด ค่ะ ต้องไปกิมโปด่วน
เพราะ วันนั้นผู้กลับจากญี่ปุ่นค่ะ มันเป็นความบังเอิญจริงๆนะคะ ถ้าไม่จองไฟล์ทผิดคงไม่ต้องวิ่ง
ผู้ที่ว่านี่คือ เอ็กโซ ค่ะ 

ลงเท้าเหยียบแผ่นดินเกาหลีเท้าเราก็เริ่มวิ่งค่ะ
(ซึ่งชะนีสามคนนี้มีประเป๋าเดินทางไซส์ใหญ่มาก บวกกับกระเป๋าถืออีกคนละใบค่ะ)
คิดภาพแล้วถ้าพ่อแม่เห็นต้องภูมิใจแน่ๆค่ะ ลูกๆขาแข็งแรงมาก T_T

นั่นแหละค่ะไม่มีรูปที่อินชอนแต่อย่างใดเพราะไม่ได้มองอะไรด้วยซ้ำค่ะ
วิ่งขึ้นรถไฟไปลงกิมโปเลยค่ะ

พอไปถึงเราก็เดินมึนๆงงๆค่ะ พวกเราสามคนอาจจะแสดงสีหน้ามึนงงเกินไปหน่อยค่ะ
มีคุณลุงท่านหนึ่งเดินเค้ามาถามค่ะว่าจะไปไหน ซึ่งจะให้บอกว่ามารับนักร้องมันก็คงแบบ....
เพื่อนรักอย่างนัดมิ้วก็เลยด้นสดบอกไปว่า
"จะมารับเพื่อนค่ะ เพื่อนบินมาจากญี่ปุ่น ต้องไปทางไหนคะ"
คุณลุงก็ดูงงๆกับภาษาอังกฤษค่ะ คุณลุงเลยเดินไปเรียกพี่แอร์ฯมาช่วยอีกแรง
หลังจากเรารู้ทางจากพี่แอร์ฯและความช่วยเหลือของคุณลุงเราก็มาถึงหน้าประตูขาเข้าแล้วค่ะ

รอไม่นาน คนไม่เยอะ คือแบบถ้าเทียบกับที่ไทย
เราจะถือว่า
ฟินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มันใกล้ มันดี คือใกล้จนกล้องไม่โพกัสค่ะ




หลังจากพวกนางขึ้นรถไปแล้วเราก็ต้องลากกระเป๋าเพื่อไปขึ้นรถไฟไปที่พักค่ะ
ซึ่งขากลับไปขึ้นรถนี่ทางดูยาวไกลมากเมื่อเทียบกับตอนวิ่งมา

พอไปถึงสถานีฮงแดเราก็เจอกับสิ่งนี้ค่ะ
มีหนุ่มมารับถึงที่แหละค่ะ ฮิ_____ฮิ


พอออกจากสถานีมาแล้วก็เดินตาม daum map ไปเรื่อยๆค่ะ
จนมาถึงที่พัก เข้ามาถ่ายรูปที่อยู่ให้พ่อแม่ดูให้หายห่วง




หลังจากนั้นเราสามก็เหวี่ยงกระเป๋าและออกล่า(?)
ล่าความฝันอ่ะค่ะ 

ที่แรกที่เราไปคือ ตึก SM ค่ะ จุดcheck point แรกที่เราตกลงกันค่ะ
วิธีการไปตึกเอสเอ็มคือนั่งรถไฟสายพุนดัง(สายสีเหลือง) ไปลง Apgujeong-rodeo ทางออก2ค่ะ
*แบบละเอียดๆ+แผนที่ หาได้ตามเว็ปไซต์เลยนะคะคนเขียนเยอะมาก555*

ระหว่างทางก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆค่ะ
เป็นถนนที่แฟนเคป็อบต้องฟินกันไปนะคะ55555


ตุ๊กตา(?)หมีแบบนี้จะมีของหลายวงมากๆค่ะ ตั้งตามทางเดินไปเรื่อยๆ
มาถึงตึกเอสเอ็มเก่าแล้วค่ะ เป็นช่วงที่สาวๆโซชิคัมแบคพอดีค่ะ
เลยต้องชักภาพคู่(?)มาสักหน่อย


หลังจากที่เราเดินขึ้นเนินสูงมาอย่างสาแก่ใจ
(บ้านเมืองเข้าเป็นเนินสูงมากกกก คือเดินต้านแรงโน้มถ่วงมากมายลอร์ด)
เราก็มาถึงแล้วค่ะ สถานที่ในฝันเมื่อมาเกาหลี
อิอิอิอิอิอิอิอิอิ

SM Entertainment !!!!!


วันนั้นที่ตึกเงียบมากค่ะมีแฟนๆอยู่สองสามคนนอกจากพวกเรา
และมีพี่ยามค่ะ วังเวงเอกามาก
คือใจก็อยากเจอใครสักคนค่ะ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีทีท่าว่าใครจะมา
ก็เลยมาถ่ายรูปเล่นอยู่ฝั่งตรงข้ามตึกค่ะ


หลังจากที่พวกเราสามคนเล็งเห็นแล้วว่าคงไม่มีใครมาแล้วก็ใกล้เย็นแล้ว
พวกเราเลยตัดสินใจกลับค่ะ ในระหว่างทางที่กลับก็เดิดคิดแผลงๆขึ้นมาค่ะว่า
ลองเดินไปอีกทางมั้ยไม่ต้องขึ้นลงเนินนั่นอีกแล้วเมื่อยอ่ะ
ก็เลยคลีเอททางใหม่ค่ะ ซึ่งนั่นทำให้เราผ่านค่าย

FNC

และเราก็เจอกับ จงฮุน FTisland ค่ะ!!!!
ขุ่นแม่ขาาาาาาาาาาา พาเพื่อนมาหาฮุนนึงแต่มาเจออีกฮุนนึงค่ะ
นางกำลังจะออกจากตึกพอดีค่ะ ก็ยืนดูนิดหน่อยแบบไม่มีใครบันทึกภาพค่ะเพราะงงๆกันอยู่ 55555

หลังจากจงฮุนออกไปแล้วเราก็เดินจะไปขึ้นรถที่สถานีเดิมเพื่อกลับไปเดินเล่นที่ฮงแดค่ะ
ซึ่งการคลีเอททางในครั้งนั้นมัน เจ็บปวกรวดร้าวเหมือนเดินขึ้นลงเขาสามลูกค่ะ
คือพูดได้ว่าขาพังตั้งแต่วันแรก เป็นที่มาของ #ทีมเดินไกล ค่ะ
เดินไกลมากจริงๆแล้วไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน ฉันเป็นใคร เดินจนล้า พอเจอ ทัมทัมส์ก็รีบเดินไปหาน้ำดื่มเลยค่ะ


หลังจากขาของสดชื่นๆเข้าร่างกายเราก็เริ่มถามทางจากพี่พนักงานค่ะ
ซึ่งเค้าก็ชี้บอกทางเรา แต่ด้วยความเบลอๆบลาๆก็ต้องเปิดแมพอยู่ดี
เปิดแมพไป ถามทางคนข้างทางไป ก็เจอทางสว่างค่ะ
ก่อนจะถึงทางสว่างนัทมิ้วก็แวะเข้าไปซื้อรองเท้าด้วยค่ะ ประเด็นคือพนังงานเค้างานดีมากค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าอยู่แถวไหนละนะ พรหมลิขิตแท้ๆที่พาหลง 555555 
เราได้ขึ้นรถไฟแล้วซึ่งไม่ใช่สถานีที่เราออกมาค่ะ ตอนนั้นก็ไม่มีสติที่จะดูเลยค่ะเจอก็พุ่งเลยขอกลับแล้ว สงตัวเองแรงค่ะ 555555555555555

พอกลับมาถึงฮงแดก็ค่ำๆแล้วค่ะ มาเดินหาของกินกัน
ซึ่งพวกเราวาดฝันเอาไว้ว่ามาเกาหลีต้องกินหมูย่างและร้านข้างทาง 
และร้านข้างทางในฮงแดนั้นเยอะมากค่ะ

พอเดินเข้าฮงแดมาก็ดูคึกครื้นมากค่ะ เป็นแหล่งวัยรุ่นเลยก็ว่าได้
พวกเราสามคนได้ล้มละลายให้กลับการซื้อเครื่องสำอางค์ตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบฮงแดเลยค่ะ

หลังจากหมดตัวกับเครื่องสำอางค์แล้วเราก็เริ่มหิวโหยค่ะก็พุ่งไปที่ร้านหม๔่ย่างเลยค่ะ
สั่งมาพอประมาณเลยค่ะ







ซึ่งการทานเค้าจะเปลี่ยนเตาตามประเภทหมูด้วยอ่ะค่ะร้านนี้
ซึ่งเราก็งงว่าทำไมหมูยังไม่มาส่งก็ถามอาจุมม่าไป ปล่อยไก่กันไปค่ะ 555

หลังจากอิ่มแบบเดินตัวตรงยังไม่ได้ กันแล้วเราก็อยากจะเดินย่อยค่ะ
ซึ่งเราเดินไป Style nanda กันค่ะ
แต่ของในร้านเหลือไม่เยอะแล้วค่ะ ก็เลยไปถ่ายสติ๊กเกอร์ฟรีกัน ฮิฮิ


หลังจากนั้นเราก็ไปโดนร้านข้างทางมาร้านนึงค่ะ เป็นอาจุมม่าท่าทางใจดี
ก็สั่งๆๆไป นั่งกินไป ถ่ายรูปไป อาจุมม่าก็เพลินค่ะทอดจนใหม่จนต้องทำให้พวกเราใหม่เลย 5555





พอกินกันอิ่มบวกกับร่างกายที่เริ่มล้าๆกันแล้วก็ตกลงกันว่าจะกลับห้องไปพักผ่อนกันค่ะ
พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวเล่นถ่ายรูปกันตั้งแต่เช้าเลย!!


-END PART 1-


พาร์ท1ที่แสนยาวนี้
555555555555555555555555555555
พาร์ท1นี่แค่ของวันเดียวเองนะคะ วันต่อๆไปยังมีเรื่องเล่าอีกเยอะมากเลยค่ะ
รบกวนอดทนกับรีวิวผีบ้านี้ต่อไปนะคะ

อิสอิสสสสสส์












ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น